สารจากคณะกรรมการบริษัท

บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้ทุ่มเทการทำงานทั้งในเชิงกลยุทธ์และนโยบาย และสามารถ ทำให้บริษัทฯ ผ่านปี 2562 มาได้โดยมีผลประกอบการที่ดีขึ้น แม้ว่าปี 2562 เป็นปีที่สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีอัตราการเติบโตต่ำ ขยายตัวร้อยละ 2.4 และยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการอันเนื่องมาจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก จากความ ไม่แน่นอนของสงครามการค้า ระหว่างจีนและสหรัฐ รวมถึงประเด็น Brexit และสถานการณ์การค้าที่ยังไม่ค่อยชัดเจนในทุกภูมิภาคต่างๆ ของโลก อีกทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ Corona Virus ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยังมีแรงกดดัน ในสภาวะตลาดการเงินซึ่งส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งซึ่งจะส่งผล กระทบต่อภาคผลผลิตภาคการเกษตร เป็นเหตุให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ในด้านการบริโภคภาคครัวเรือน ภาคการผลิต และ การส่งออก ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้ปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของสภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่ การปรับลดสำรองสินค้าคงคลังของวัตถุดิบ ประเภทข้าวสาร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านอุปสงค์ อุปทาน และการคาดการณ์แนวโน้มของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุม ต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบ มาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลงทุนและใช้จ่าย รวมถึงการปิดธุรกิจบางธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทน


ผลประกอบการทางธุรกิจ

กลุ่มบริษัทปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานในปี 2562 นี้ เป็นมูลค่า 2,375 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.4 ส่วนฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีสินทรัพย์ รวม 11,741 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 2,725 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 9,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229 ล้านบาท บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีการดำเนินการที่สำคัญ แยกตามประเภทธุรกิจ ดังนี้


ธุรกิจข้าวและผลิตภัณฑ์อาหาร

สภาวะตลาดของธุรกิจข้าวของประเทศไทยปี 2562 มีผลผลิตลดลง 9% เหลือเป็นปริมาณข้าวสาร 18.5 ล้านตันอันเป็นผลมา จากสภาวะภัยแล้ง และมีการบริโภคภายในประเทศลดลงจากการบริโภคข้าวต่อคนที่ลดน้อยลงจากการที่มีการบริโภคสินค้าอาหารอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปริมาณนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจึงทำให้มีอุปสงค์ภายในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ภาคการส่งออก มีการ ส่งออกที่ลดลงประมาณ 32% เหลือเพียง 7.6 ล้านตัน อันเป็นผลมาจากต้นทุน การผลิตของภาคการเกษตร และการแข็งค่าของเงินบาท และสงครามการค้าส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยไทยยังส่งออกได้เป็นอันดับ 2 รองจากอินเดีย เนื่องจากข้าวไทยยังคงมีชื่อเสียง ด้านคุณภาพ ยังเป็นที่ต้องการของตลาดในบางภูมิภาค และเนื่องจากการส่งออกที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงเป็นเหตุผลให้ผู้ประกอบการ ส่งออกหันมาทำตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยมีการแข่งขันกันด้านราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และราคาขายโดยให้ความสำคัญกับสินค้าใน กลุ่มข้าวในลักษณะ ทางการหุงต้มแบบข้าวพื้นนุ่ม ประเภทข้าวหอมและข้าวหอมผสม ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อจับกลุ่มลูกค้าในระดับ ตลาดมวลชน และรักษาส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์ ด้านการจัดซื้อวัตถุดิบ การขายและการตลาดอย่างระมัดระวัง โดยมี การปรับลดสำรองสินค้าคงคลังของวัตถุดิบประเภทข้าวสาร และสินค้าสำเร็จรูป ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านอุปสงค์ อุปทาน และการ คาดการณ์แนวโน้มของราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบ และการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนของ วัตถุดิบและสภาวะการแข่งขัน ส่งผลให้ปริมาณการขายผ่านทางช่องทางจำหน่ายต่างๆ และอัตราการทำกำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งทางการตลาดตามแผนกลยุทธ์ในการเติบโตเป็นผู้กระจายสินค้าที่ครบวงจร โดยการเพิ่มความ หลากหลายของสินค้าทางด้านอาหารในกลุ่มเครื่องปรุงอาหารโดยขายพ่วงควบคู่ไปกับสินค้าประเภทข้าวสารบรรจุถุง โดยมุ่งเน้นการใช้ ขีดความสามารถทางด้านช่องทางการขาย การตลาดและการกระจายสินค้า ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ผ่านการทำตลาดทางช่องทางการ จำหน่ายในส่วนการจัดเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ ทั้งในส่วนโรงแรมและร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงช่องทางร้านอาหารเครือข่าย โรงงาน อุตสาหกรรมและโรงพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มการส่งออกข้าว ไปยังประเทศต่างๆ มากขึ้น และไม่เพียงแต่สินค้าข้าวเท่านั้น บริษัทฯ ได้ส่งออกสินค้าอาหารประเภทอื่นๆ เช่น กะทิกระป๋อง หน่อไม้กระป๋อง หรือ ข้าวโพดอ่อนกระป๋อง ที่เป็นความต้องการของลูกค้า โดยได้ส่งออกเป็นตู้สินค้ารวมในตราสินค้าข้าวมาบุญครองและมาบุญครองพลัส

นอกเหนือไปจากกลยุทธ์ด้านคุณภาพสินค้า การควบคุมต้นทุนการผลิต การขายและการตลาดแล้วนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปทางด้านไลฟ์สไตล์ของคู่ค้าและผู้บริโภค บริษัทฯ ยังคงเน้นเพิ่มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ร่วมกับคู่ค้าต่างๆ เช่น เดิมทั้งที่เป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านสะดวกซื้อ รวมผู้ประกอบการออนไลน์ต่างๆ โดยในปีที่ผ่านมายอดขายในช่อง ทางดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับภาครัฐในมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค


ธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหาร

ในปี 2562 สภาวะตลาดธุรกิจอาหารมีอัตราการเติบโตต่ำในอัตราเฉลี่ย ประมาณ 2% ซึ่งยังสามารถขยายตัวได้ แต่เติบโตในอัตรา ที่ชะลอตัวลง และยังต้องเผชิญกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจากการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการร้านอาหารที่เพิ่มมากขึ้นและการบริการ จัดส่งถึงบ้านให้แก่ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ได้ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดการบริโภคอาหาร นอกบ้าน ทำให้ภาพรวมยอดขายของร้านอาหารสาขาเดิม (Same Store Sales) ในอุตสาหกรรม มีรายได้หดตัวลงเฉลี่ย 3.5% ส่งผลกระทบ ต่อร้านอาหารเครือข่ายของกลุ่มบริษัทฯไม่เป็นไปตามเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่คาดการไว้ บริษัทฯ จึงได้ยุติการดำเนินการธุรกิจ ร้านอาหารเครือข่ายทั้งหมดในเดือนกันยายน 2562

สำหรับธุรกิจศูนย์อาหาร ได้ปรับภาพลักษณ์ในด้านอัตลักษณ์ของตราสินค้า และแนวคิดด้านกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยเปลี่ยน ชื่อศูนย์อาหาร MBK Food Island เป็น ศูนย์อาหาร Food Legends by MBK ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Capital of Legendary Street Food” ที่รวบรวมอาหารระดับตำนานของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วทุกสารทิศมาไว้ในที่เดียว และในปี 2562 บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการศูนย์อาหารเพิ่มอีก 1 แห่ง ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บนถนนพระราม 4 ขนาด 1,270 ตร.ม. ภายใต้ชื่อ Sam yan Food Legends by MBK ซึ่งรวบรวมร้านดังในตำนานจากย่าน สามย่าน สะพานเหลือง และ เยาวราช มาไว้ในศูนย์อาหารแห่งนี้ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับ ศูนย์การค้า สามย่านมิตรทาวน์ และ Lineman พันธมิตรในด้านการส่งอาหารผ่านทาง Online Platform ในการจัดส่งเมนูอาหารระดับตำนาน โดยการสั่งอาหารจากหลากหลายร้านค้าในศูนย์การค้าได้ร่วมกันได้ ผ่าน Lineman Shopper ซึ่งเปิดบริการ ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์เป็นแห่งแรก


การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการทำงาน

การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยแก่ผู้เกี่ยวข้องในการทำงานทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ยึดมั่นที่จะบริหารจัดการให้เกิด ประสิทธิผลเสมอมาเพื่อที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการทำงาน โดยบริษัทฯ ยังคงได้รับรางวัลด้านการพัฒนาสถาน ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้รับเกียรติบัตร “อาคารโรงงานอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่น ของบริษัทที่จะพัฒนาในเรื่องดังกล่าว


ความรับผิดชอบต่อสังคมในการนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ยังคงมีการร่วมมือกับมูลนิธิใต้ร่มฉัตรเพื่อส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวสร้อยสุวรรณ (บ้านหนองปิ้งไก่) จ.กำแพงเพชร ในการพัฒนากระบวนการการผลิตสินค้าของชุมชนให้เป็นมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และยังได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในโครงการ SME Matching โดยสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนากระบวนการให้ผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ เพื่อให้สามารถเติบโตและร่วมกันพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ คณะผู้บริหาร ตลอดจน พนักงานทุกท่าน ที่มีส่วนสนับสนุน และสร้างความสำเร็จด้วยดีตลอดมา ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย ตลอดปี และขอให้ เชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท โปร่งใส พัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่าต่อสังคมไทยภายใต้ หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างความเติบโต มั่งคั่งและผลตอบแทนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
ประธานกรรมการ
นายปกิต เอี่ยมโอภาส
ประธานกรรมการบริหาร
นายสมเกียรติ มรรคยาธร
กรรมการผู้จัดการใหญ่